Trezor รายงานการรั่วไหลที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการจัดส่ง Shipmonk ซึ่งเปิดเผยข้อมูลคำสั่งซื้อส่วนบุคคลของลูกค้าประมาณ 13,689 รายที่เพิ่งสั่งซื้อสินค้า เหตุการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงแบบเฉพาะเจาะจง แต่บริษัทระบุว่าตัวกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์นั้นไม่ได้รับผลกระทบ
สิ่งที่ถูกเปิดเผยจากการรั่วไหล
ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยจำกัดอยู่เพียงข้อมูลคำสั่งซื้อเท่านั้น ไม่รวมถึงคีย์กระเป๋าเงิน, ซีดรีด (recovery seeds) หรือสิ่งใดก็ตามที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าถึงอุปกรณ์ได้ Trezor กล่าวว่าการรั่วไหลครั้งนี้ส่งผลต่อคำสั่งซื้อที่วางในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สวีเดน โคลอมเบีย บราซิล อิตาลี และโปรตุเกส บริษัทไม่ได้ระบุชัดเจนว่าฟิลด์ใดบ้างที่ถูกเปิดเผย แต่ข้อมูลที่มีอยู่นั้นเพียงพอที่จะทำให้การโจมตีแบบฟิชชิงดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
ทำไมกระเป๋าเงินถึงปลอดภัย
Trezor เน้นย้ำว่าการรั่วไหลครั้งนี้ไม่ได้กระทบต่อความปลอดภัยของกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ กระเป๋าเงินเก็บคีย์ส่วนตัวแบบออฟไลน์ และข้อมูลการจัดส่งแยกออกจากความปลอดภัยของอุปกรณ์ ดังนั้นเงินทุนจึงไม่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์นี้ นั่นคือข่าวดี แต่ข่าวร้ายคือข้อมูลที่ถูกขโมยไปนั้นสามารถนำไปใช้ในการโจมตีทางสังคม (social engineering) ได้
ความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง
ความกังวลหลักคือการหลอกลวงแบบเฉพาะเจาะจง ด้วยรายละเอียดคำสั่งซื้อในมือ ผู้โจมตีสามารถสร้างข้อความที่ดูเหมือนมาจาก Trezor หรือ Shipmonk พวกเขาอาจอ้างถึงการซื้อล่าสุดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ Trezor กล่าวว่าการรั่วไหลครั้งนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการหลอกลวงดังกล่าว ซึ่งหมายความว่าลูกค้าควรระวังอีเมล ข้อความ หรือโทรศัพท์ที่ไม่พึงประสงค์ที่กล่าวถึงคำสั่งซื้อของตน
ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบคือผู้ที่สั่งซื้อสินค้าในเจ็ดประเทศที่ระบุไว้ จำนวนประมาณ 13,689 ราย ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยของฐานผู้ใช้ Trezor แต่ก็ยังถือว่ามีนัยสำคัญ Trezor ยังไม่ได้ระบุว่าจะช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในการป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างไร บริษัทยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาสำหรับการแจ้งเตือนเป็นรายบุคคลหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมใดๆ




