สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันพุธให้ยุติการให้อำนาจใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านตามมติปี 2002 ซึ่งถือเป็นการคัดค้านประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจนจากทั้งสองพรรคการเมือง มาตรการนี้ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากที่สภาคองเกรสจะยับยั้งอำนาจสงครามของทำเนียบขาว การเคลื่อนไหวนี้อาจเปลี่ยนแปลงแนวทางของสหรัฐฯ ในการปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง
เสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรค
สมาชิกสภาจากทั้งสองฝ่ายหนุนมตินี้ ส่งสัญญาณว่าความไม่พอใจต่อนโยบายอิหร่านของรัฐบาลข้ามพรมแดนพรรคการเมือง จำนวนคะแนนเสียงยังไม่เปิดเผยในแถลงการณ์แรก แต่สมาชิกระบุว่าได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งสองพรรค สำหรับหลายคน ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องการกระทำของอิหร่าน แต่เป็นการที่สภาคองเกรสจะยืนยันอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการประกาศสงคราม ทำเนียบขาวได้โต้แย้งว่าการให้อำนาจปี 2002 ยังคงจำเป็น แต่สมาชิกสภาจำนวนมากขึ้นไม่เห็นด้วย
การเปลี่ยนแปลงพลวัตอำนาจในสภาคองเกรส
การลงมติครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางนโยบาย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจ เป็นเวลาหลายปีที่สภาคองเกรสยอมให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้ตัดสินเรื่องกิจการทหาร การลงมตินี้打破了รูปแบบนั้น โดยการเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิกการให้อำนาจปี 2002 สภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่าสภา—ไม่ใช่ประธานาธิบดี—เป็นผู้ตัดสินว่าสหรัฐฯ จะทำสงครามเมื่อใดและที่ไหน ข้อความชัดเจน: สภาคองเกรสจะไม่เป็นเพียงผู้ยืนดู การที่ทั้งสองพรรคสนับสนุนแสดงว่านี่ไม่ใช่ท่าทีทางการเมืองชั่วคราว แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในการมองบทบาทของสมาชิกสภา
ผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ
หากมาตรการนี้กลายเป็นกฎหมาย อาจจำกัดความสามารถของประธานาธิบดีในการโจมตีอิหร่านโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสอย่างชัดเจน นั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีจากทั้งสองพรรคได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารโดยไม่มีการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ การให้อำนาจปี 2002 ถูกใช้เพื่อให้เหตุผลในการดำเนินการหลายอย่างต่ออิหร่าน รวมถึงการโจมตีด้วยโดรนและการส่งกำลังทหาร การยกเลิกจะไม่ป้องกันการปฏิบัติการทางทหารทั้งหมด—ประธานาธิบดียังมีอำนาจตามมาตรา II—แต่จะบังคับให้มีการอภิปรายก่อนการปฏิบัติการสำคัญใดๆ
การลงมติยังส่งสัญญาณถึงพันธมิตรและคู่ปรับ อิหร่านและประเทศอื่นๆ จะเห็นว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯ เต็มใจที่จะจำกัดอำนาจประธานาธิบดี ซึ่งอาจเปลี่ยนการคำนวณทางการทูต แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวุฒิสภาจะหยิบยกมาตรการนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ขณะนี้ร่างกฎหมายกำลังถูกส่งต่อไปยังสภาสูง ซึ่งชะตากรรมยังไม่แน่นอน ผู้นำเสียงข้างมาก มิตช์ แมคคอนเนลล์ ยังไม่ได้ระบุว่าจะจัดให้มีการลงมติหรือไม่ วุฒิสมาชิกบางคนได้แสดงความคัดค้าน โดยโต้แย้งว่าการให้อำนาจยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการยับยั้ง
ขั้นตอนต่อไป
การลงมติของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงก้าวแรก ร่างกฎหมายต้องผ่านวุฒิสภาและได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีจึงจะกลายเป็นกฎหมาย—แม้ว่าการยับยั้งมีแนวโน้มสูง ทรัมป์ไม่แสดงท่าทีจะยอมสละอำนาจสงคราม อย่างไรก็ตาม การลงมติกดดันให้พรรครีพับลิกันในวุฒิสภาต้องแสดงจุดยืน ตอนนี้คำถามคือว่าจิตวิญญาณจากทั้งสองพรรคที่ขับเคลื่อนสภาผู้แทนราษฎรจะอยู่รอดในวุฒิสภาหรือไม่ ยังไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์สำหรับการลงมติในสภา




